Bitkub บิทคับ คืออะไร ทำไมคนพูดถึงเยอะ และเป็นที่นิยมอย่างมาก 2021

21,165 Views จำนวนผู้เยี่ยมชม

นาทีนี้ไม่พูดถึง Bitkub คงไม่ได้แล้ว เพราะว่าไม่ว่าคุณจะไปทางไหนใน กทม ก็ต้องเห็นป้ายโฆษณาของ บิทคับ จริงไหมคะ^^ 

เจ้าป้ายสีเขียวๆ พร้อมกับรูปผู้ชายคนหนึ่ง ว่าแล้วเราก็ไปทำความรู้จักกับ Bitkub กันดีกว่าคะว่า บิทคับ คืออะไร ทำไมจึงเป็นที่นิยมในขณะนี้ 2021 (ในแบบฉบับของขายไอเดีย)

การตลาดตอนนี้ Bitkub จัดเต็ม เน้นๆ แน่นมากคะ

ก่อนอื่นต้องอธิบายสั้นๆก่อนว่า บิทคอยน์ หรือ คริปโตเคอเรนซี่ คือสกุลเงินดิจิทัลที่เกิดขึ้นจาก ระบบ บล็อกเชน โดยการใช้งานอินเตอร์เน็ตทั่วโลกคำนวณและประมวลผลด้วยระบบคณิตศาสตร์ ฟังดูอาจจะงงๆ แต่ถ้าศึกษาอย่างละเอียดก็จะเข้าใจได้ไม่ยากคะ

Bitkub บิทคับ คืออะไร

และ บิทคับ Bitkub ก็คือ แฟลต์ฟอร์ม หรือกระดานซื้อขาย บิทคอยน์นั้นเองคะ บิทคับ ทำหน้าที่คล้ายๆกับ ตลาดหลักทรัพย์ที่ให้คนซื้อขายหุ้น แต่ บิทคับ คือการซื้อขาย เหรียญสกุลเงินดิจิทัล 

โดยบริหารงานภายใต้ คุณท็อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา

ผู้เชี่ยวชาญด้าน Cryptocurrency & Blockchain Technology ผู้ก่อตั้งบริษัท Bitkub และเป็นกรรมการสมาคมฟินเทคประเทศไทย

ผู้ก่อตั้งบริษัท Bitkub ซึ่งเป็นเว็บไซต์ในการเทรด Cryptocurrency หรือเงินดิจิตอล อันดับต้นๆของประเทศไทย และเป็นวิทยากรผู้เชี่ยวชาญในการบรรยายเรื่อง บิทคอยน์ (bitcoin), บล็อกเชน (blockchain), สตาร์ทอัพ (startup), ฟินเทค (fintech) มาหลายเวที ปัจจุบันได้เป็นกรรมการสมาคมฟินเทคประเทศไทย

ท็อป-จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา คือหนึ่งในบุคคลที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดในแวดวงการเงินไทย ณ ขณะนี้

เขาเกิดวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2533 (ค.ศ.1990) อายุ 31 ปี

ชายวัยเลขสามคนนี้คือ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ หรือ Bitkub แพลตฟอร์มการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) ในวินาทีที่ ’บิตคอยน์’ (Bitcoin) มีมูลค่าพุ่งขึ้นสูงเกิน 1,000,000 บาทต่อบิตคอยน์ เมื่อ 3 มกราคมที่ผ่านมา

สำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคย บิตคอยน์คือหนึ่งในสกุลเงินดิจิทัลที่เราสามารถใช้ในการแลกเปลี่ยนซื้อขายคล้ายสกุลเงินทั่วไป แต่สกุลเงินนี้ทำงานผ่านเทคโนโลยีบล็อคเชน (Blockchain) ทำให้ไม่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของสถาบันการเงินใด ผู้คนสามารถโอนเงินระหว่างประเทศด้วยความเร็วหลักวินาที ไม่ต้องรอนานนับวันเหมือนที่เคยเป็นมา

ปรากฏการณ์นี้ ทำให้ Bitkub เติบโตขึ้น 1,000 เปอร์เซ็นต์ภายในเวลา 7 วัน ถือเป็นเรื่องน่าเฉลิมฉลองสำหรับสตาร์ทอัพขนาดราว 220 คนที่เพิ่งเปิดมาเพียง 3 ปี

ในขณะเดียวกัน ปริมาณผู้ใช้งานที่สมัครเข้ามาในระบบอย่างล้นหลามเกินวันละ 40,000 คน จนทำงานกันแทบไม่ทันความคาดหวัง ก็ถือเป็นวิกฤตครั้งใหญ่ที่ซีอีโอวัยเพียง 30 ปีคนนี้ต้องเรียนรู้และผ่านพ้นไปให้ได้

มีคำกล่าวว่า การทำสตาร์ทอัพเหมือนกระโดดลงจากหน้าผา แล้วต้องสร้างเครื่องบินใหม่ระหว่างทางให้ทันเพื่อไม่ตาย

ชีวิตของท็อปตอนนี้เป็นแบบนั้น

ย้อนกลับไป 20 ปีก่อน คงไม่มีใครเชื่อว่าท็อปจะเติบโตมาแบกรับสถานการณ์อันหนักอึ้งขนาดนี้

ในวัยเยาว์ เขาเป็นเด็กเกเรที่ทะเลาะกับเพื่อนอยู่เสมอ และผลการเรียนตกต่ำ ทำให้ไม่สามารถยื่นเข้าเรียนในระบบมหาวิทยาลัยไทยตามที่คาดหวังไว้

แต่เพราะไม่ชอบความพ่ายแพ้ เขากลับใจ นั่งอ่านหนังสือวันละ 12 ชั่วโมงเป็นกิจวัตร ก่อนคว้าเกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ และเรียนจบปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ สำเร็จตามใฝ่ฝัน

ถึงอย่างนั้น เขาก็เป็นคนหนุ่มวัย 20 ต้นๆ คนหนึ่งที่ยังไม่รู้จะทำอะไรอย่างแน่ชัด

จนกระทั่งเจอคำว่า ‘บิตคอยน์’ เมื่อ 8 ปีที่แล้ว ในวันที่ยังแทบไม่มีคนไทยรู้จัก และมองเห็นคลื่นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับวงการการเงิน

ท็อปไม่เพียงมองเห็นศักยภาพว่าเทคโนโลยีนี้จะเปลี่ยนโลกเท่านั้น เขาเชื่อสุดใจ และลงทุนเปิดบริษัทแรกด้วยตัวคนเดียวในวัย 23 ปี

ระหว่างทาง เขาเจอคำครหา การต่อต้าน และการเรียกตัวไปรับการตรวจสอบจากหน่วยงานภาครัฐอยู่บ่อยครั้ง เพราะไม่มีใครเข้าใจว่าเขาทำอะไร

จนวันนี้ เมื่อพูดถึงสกุลเงินดิจิทัล ท็อปคือหนึ่งในคนแรกๆ ที่ใครต่างนึกถึงและวิ่งเข้าหา

คุณอาจยังไม่เข้าใจ หรือสงสัยในเรื่องเหล่านี้ที่ท็อปกำลังทำอยู่ แต่ไม่เป็นไรเลย

เพราะเราจะชวนคุณไปรู้จักเบื้องหลังชีวิตและความคิดของชายผู้ใช้ความอดทนถึงขีดสุด เพื่อพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า ฝันที่เขาเชื่อเสมอมานั้นเป็นเรื่องจริง

เมื่อต้นปีที่ราคาบิตคอยน์กำลังจะแตะ 1 ล้านบาท คุณตั้งสเตตัสว่า “ถ้าบิตคอยน์ถึง 1 ล้าน ฉันจะ…” หลังจากนั้นก็มีคนมาตอบในคอมเมนต์มากมาย แต่ที่เราไม่เคยรู้คือ ถ้าบิตคอยน์ถึง 1 ล้าน ท็อป จิรายุส จะทำอะไร

ผมถือยาวอยู่แล้วครับ ผมเป็น Strong Believer (หัวเราะ)

ผมมีความเชื่อมั่นในสิ่งนี้ อาจจะมากกว่าคนอื่นโดยเฉลี่ยเพราะอยู่กับมันมาแปดปีแล้ว เป็นคนไทยคนแรกๆ ที่นำสิ่งนี้มาให้ประเทศเรารู้จัก ผลักดันจนถูกต้องตามกฎหมาย เพราะฉะนั้น ผมซื้อตั้งนานแล้ว และไม่เคยคิดจะขายด้วย การที่ราคามันถึงหนึ่งล้านบาทเลยไม่ได้ส่งผลกับตัวผม

ตัวเลขหนึ่งล้านมันดึงดูดความสนใจคน ทำให้คนพูดถึงมันมากขึ้นอีกครั้ง เลยประกาศให้ทุกคนรู้ว่าตอนนี้มันมีค่าเท่านี้แล้วนะ ปรากฏว่าแค่โพสต์นั้นโพสต์เดียวได้ยอดทั้งหมดล้านห้าแสน Reach แบบออร์แกนิก แล้วคนก็สมัครกันเข้ามาถล่มทลาย ที่ Bitkub ตอนนี้รับลูกค้ากันวันละสี่หมื่นคนทุกวัน นึกภาพสนามกีฬาใหญ่ๆ สเตเดียมที่จุคนเยอะๆ มาวันละสนาม พรุ่งนี้ก็จะมาอีกสนามหนึ่ง ตอนนี้กำลังโดนต่อว่าทั้งประเทศครับ รับลูกค้าไม่ทัน 

ถือว่าเป็นปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่เปิด Bitkub เลยไหม

ปีที่แล้ววางแผนว่าบริษัทต้องโตหกร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าเป็นเป้าหมายที่ใหญ่มากสำหรับบริษัทในประเทศ แต่ผลคือเราโตหนึ่งพันเปอร์เซ็นต์ มากกว่าที่คาดไว้ตั้งสี่ร้อย พอราคาต่อบิตคอยน์ถึงหนึ่งล้านบาท พวกเราโตอีกพันเปอร์เซ็นต์ภายในเจ็ดวันจากจุดที่สูงอยู่แล้ว เราเลยรับไม่ทันจริงๆ งานที่เราทำต้องมีทีมงานอย่างต่ำหกร้อยถึงเจ็ดร้อยคน ถึงจะรับไหว แต่ตอนนี้เรามีกันอยู่แค่สองร้อยยี่สิบคน ต้องทำงานข้ามปีกันทุกคน

ตอนแรกคิดว่าเป็น Good Problem แต่ตอนนี้ชื่อเสียงเริ่มเสียแล้ว เพราะสัญญาไว้ว่าต้องเปิดบัญชีให้ได้ภายใน ยี่สิบสี่ชั่วโมง แต่รอเจ็ดวันก็ยังไม่ได้เลยครับตอนนี้ ต้องขอโทษลูกค้าด้วย เราให้เครดิตคนละห้าร้อยบาทเพื่อชดเชยตรงนี้ วันหนึ่งบริษัทต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นวันละยี่สิบล้าน เพื่อตอบแทนลูกค้าที่เราทำผิดสัญญาจริงๆ

คุณบอกว่าตัวเองเป็น Strong Believer ที่อยู่กับสิ่งนี้มานานกว่า 8 ปี ในขณะที่นักลงทุนส่วนใหญ่ไม่ไว้วางใจใน บิตคอยน์ เป็นคนยืนหยัดในสิ่งที่เชื่อมั่นมาตั้งแต่เด็กเลยหรือเปล่า

ไม่ครับ ความจริงผมเปลี่ยนไปเยอะ ตอนเด็กกับตอนโตเหมือนเป็นคนละคนเลย สมัยเด็กๆ นี่ซ่ามาก เป็นหัวหน้าแก๊ง ลองคิดภาพเด็กผู้ชายที่เพื่อนๆ ไม่อยากจะยุ่ง หาเรื่องเพื่อน จนอาจารย์ใหญ่เรียกผู้ปกครองไปคุย คุณแม่ก็ร้องไห้ตลอด 

วีรกรรมที่แสบที่สุดคืออะไร

ชกต่อยกับเพื่อนจนเพื่อนแขนหักตอนปอหก จนคุณแม่ให้ย้ายจากกรุงเทพฯ ซึ่งเราอยู่มาตลอดตั้งแต่เกิด ไปดัดนิสัยที่นิวซีแลนด์ โดยหวังว่าวันหนึ่งถ้าสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป ลูกชายเขาคงจะเปลี่ยนเป็นเด็กที่ดีขึ้น ซึ่งก็ไม่ได้ตั้งใจเรียนอะไร ยังซ่าอยู่ แต่ถ้าให้ไปพูดต่อหน้าคนเยอะๆ จะอายมาก สั่นไปหมด Public Speaking ไม่ได้เลย 

สุดท้าย ถึงจุดเปลี่ยนตอนมหาวิทยาลัย ตอนจบมอหกที่นิวซีแลนด์คือไม่มีมหาวิทยาลัยรับเรียน มันเลยเป็นปมด้อยในใจเรา ทำไมเราแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ ก็เลยปรับตัว เข้าห้องสมุดเป็นครั้งแรก อ่านหนังสือหนักขึ้นเรื่อยๆ วันละ สี่ห้าชั่วโมง หลังๆ นี่วันละสิบสองชั่วโมงทุกวัน สุดท้ายได้เกียรตินิยมเหรียญทองของเหรียญทองทั้งหมดที่มหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ แล้วก็เข้ามหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดได้ กลายเป็นเด็กเรียนดีขึ้นมา แล้วก็ชอบพูดต่อหน้าคน ยิ่งคนเยอะยิ่งดี อันไหนที่เคยไม่ใช่เราในอดีต กลายเป็นตรงกันข้ามหมดทุกอย่าง

ตอนเริ่ม Bitkub คุณได้รับความสนใจเยอะมาก เพราะประสบความสำเร็จมาตั้งแต่บริษัทแรก (coins.co.th) และยังชนะการแข่งขัน FinTech Challenge ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องดีของการทำธุรกิจ คุณเคยกังวลกับความคาดหวังที่คนอื่นมีให้บ้างไหม

อันนี้มีตลอดครับ กดดันตลอดตั้งแต่สามปีที่เปิดมา อะไรที่โตเป็นพันเปอร์เซ็นต์มันกดดันอยู่แล้ว เราทำงานเหมือนคนทั่วไปไม่ได้ ต้องทำงานกันแบบไม่มีชีวิตเท่าไร คนไหนทำงานกับผมไม่ได้ ต้องออกก็มี ยิ่งคนลงทุนให้เรามาก ความคาดหวังก็ยิ่งสูง ไม่มีใครให้เงินเราฟรีๆ เราต้องโตให้ไว ให้เร็วกว่าบริษัทอื่น ต้องสร้างปาฏิหาริย์ให้ได้ 

เราโชคดีที่เจอทีมเก่ง แม้เขาใช้เวลาปรับตัว แต่เราผ่านอะไรกันมาเยอะ ผมไม่ได้เก่ง คนรอบตัวผมเก่ง ผมถึงมาถึงจุดนี้ได้ ผมเป็นแค่วาทยกรที่ช่วยทุกคนให้เล่นดนตรีได้ การถือเงินลูกค้าสองหมื่นล้าน ความคาดหวังมันสูงมาก มันเหมือนแบกหินก้อนใหญ่ๆ เอาจริงๆ เหมือนการเรียนที่ออกซ์ฟอร์ด ทรมานมาก ไม่สนุก คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า แต่สุดท้ายก็ภูมิใจ

คุณผิดพลาดมามากแค่ไหน

ผิดพลาดมาเยอะครับ เราไม่ค่อยได้เล่าเรื่องที่ผิดพลาด ออนไลน์และสื่อส่วนมากก็มักจะไม่ถาม แต่มันเป็นสิ่งที่ทำให้เราโต ความจริงเหมือนการขี่จักรยานเลย คุณจะเป็นนักขี่จักรยานที่เก่งที่สุดในโลกได้ยังไงถ้าไม่เคยล้มมาก่อน จะอ่านหนังสือสอนขี่จักรยานสักกี่เล่ม ยังไงก็ขี่ไม่เป็น คุณต้องขี่ ต้องล้ม แล้วลุกขึ้นมา สุดท้ายจะเก่งเอง

แต่ครั้งนี้ผมโชคดีที่ทำธุรกิจในวงการเดิมเป๊ะ ล้มมาแล้วไม่รู้กี่ครั้ง แล้วพอมาทำบริษัทใหม่ที่สอง มันไม่ล้มแล้ว ขี่จักรยานเป็นแล้ว อยู่ที่ว่าต้องขี่เร็วขึ้น

งั้นขอถามเลยแล้วกัน คุณผิดพลาดอะไรมาบ้าง

เล่าได้เป็นสองสามชั่วโมงเลยนะ (หัวเราะ) 

ตอนเปิดบริษัทแรก ปปง. (สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน) เรียกตัว พนักงานลาออกไปครึ่งบริษัท ทำไปเรื่อยๆ บริษัทใหญ่ขึ้น แบงก์ชาติก็เรียกตัวอีก ให้ไปรายงานว่าทำอะไร สร้างเงินแข่งกับแบงก์ชาติหรือเปล่า โอนข้ามประเทศมีใบอนุญาตหรือยัง แต่ยังไม่หมด ยังโดนสรรพากรเรียกอีก หนีภาษีไหม 

ตอนนั้นออฟฟิศอยู่ที่ร้านคุณพ่อคุณแม่ ทะเลาะกันอีก เขาบอกให้ปิดบริษัท เพราะแบงก์ชาติเขียนจดหมายให้แบงก์พาณิชย์เลยว่า บิตคอยน์อาจเป็นแชร์ลูกโซ่ มูลค่าจะเหลือศูนย์ในไม่นาน อย่าเข้าไปยุ่ง แต่เราก็ดื้อครับ ดื้อในความเชื่อของเราว่าการเงินจะต้องเปลี่ยนไปในอนาคต กัดฟันสู้ต่อ ทำสิ่งที่คนไม่เข้าใจก็หนักแล้ว แต่ทำสิ่งที่คนต่อต้าน แม้แต่ครอบครัวยังต่อต้านยิ่งหนักกว่า อย่างน้อยจะระบายให้ฟังก็ไม่ได้ คุยกับพ่อแม่ไม่ได้ คุยกับเพื่อนก็ไม่ได้อีก

ตอนโดน ปปง.เรียกตัว เราบอกลูกน้องไม่ได้ด้วยซ้ำ ถ้าคนออกทั้งบริษัทนี่ตายเลย เก็บจดหมายอยู่คนเดียวแล้วแก้ไขปัญหาเอง โทรหาเพื่อนที่จบจากโรงเรียนกฎหมายดังๆ แต่ละคนก็บอก Good Luck เรามีเงินจ่ายเขานะ แต่ไม่มีใครกล้าเอาตัวเองมาเสี่ยง เครียดจนทุกวันศุกร์ต้องขับรถไปสนามบินดอนเมือง จิ้มไฟล์ทที่ใกล้จะออกตอนนั้น ไปที่ไหนก็ได้คนเดียวเงียบๆ เปลี่ยนสภาพแวดล้อม นั่งคิด วันอาทิตย์ค่อยนั่งเครื่องบินกลับ แล้วเริ่มงานใหม่วันจันทร์ ทำแบบนี้อยู่เจ็ดสัปดาห์ ไม่รู้เหมือนกันทำไมไม่ยอมแพ้ อาจเพราะเป็นคนที่ไม่ชอบความพ่ายแพ้ สู้ต่อ สุดท้ายก็ผ่านมาได้ และไม่คิดเหมือนกันว่าจะมาถึงจุดนี้

ในหนึ่งวัน คุณทำอะไรบ้าง

ตื่นมาต้องเช็ก Slack (เป็นแพลตฟอร์มการสื่อสารทางธุรกิจ) ก่อน หน้าที่หลักของผมตั้งแต่จันทร์ถึงศุกร์คือการ Unlock ศักยภาพของทีม และตามงานสำคัญๆ ส่วนเสาร์อาทิตย์จะเป็นวันส่วนตัว ชอบมาก ได้ Unlock ศักยภาพตัวเอง 

อย่างปีที่แล้วมีสัมภาษณ์ทุกวัน วันละครั้ง หรือไม่ก็ไปพูดตามที่ต่างๆ พูดเสร็จก็ขับรถไปร้านกาแฟ ตามงานทีม ทำถึงตีสองตีสามแล้วแต่วัน วันที่มีสัมภาษณ์จะเริ่มตั้งแต่เก้าโมงเช้า ส่วนวันสุดสัปดาห์ก็อาจจะตื่นสายหน่อย นอนพอ แต่ก็ไปทำงานอยู่ดี (หัวเราะ)

ถ้าวันหนึ่ง Bitkub ล้มเหลว คุณจะทำยังไง

ผมก็ยังภูมิใจที่มันเข้ามากระตุ้นให้ประเทศขยับ ให้คนปรับตัว ถ้าไม่มีคู่แข่ง ไม่มีใครแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงวงการการเงินได้จริงๆ ก็จะไม่มีใครกล้าทำ พอมีคนหนึ่งทำขึ้นมา ก็เลยบีบให้มีการปรับตัว ธนาคารต้องเริ่มปรับตัว ตลาดหลักทรัพย์ต้องปรับตัว มันคือการผลักดันประเทศให้เดินต่อไปข้างหน้า สุดท้ายถ้าเราแพ้ก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยเราได้เป็นตัวกระตุ้น ถ้าชนะก็จะเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่กล้าทำธุรกิจสตาร์ทอัพมากขึ้น 

สุดท้าย ถ้าอยากลงทุนในบิตคอยน์วันนี้สายไปไหม

ต้องฟังหูไว้หู ถามผมก็ต้องบอกว่าโอเคอยู่แล้ว (หัวเราะ) 

แนะนำแบบนี้ครับ ให้ใช้เงินเย็น อย่าเป็นเงินร้อนหรือเงินที่มีผลต่อชีวิตเรา เอาเงินที่เสี่ยงได้ สมมติวันนี้เพื่อนชวนไปกินชาบู เราไม่ไปแล้วกินมาม่าแทน เอาเงินมาซื้อบิตคอยน์ เก็บทิ้งไว้สิบปี ถ้าสมมติฐานเป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ ชาบูมื้อนั้นจะกลายเป็นชาบูที่แพงมากๆ แค่หยุดกินชาบูสักมื้อหนึ่ง แล้วก็ทิ้งเงินนี้ไว้ลืมไปเลย ไม่ต้องเทรด ใครจะรู้คุณอาจจะเกษียณด้วยเงินก้อนนี้ก็ได้ 

แต่ถ้ามันขาดทุนก็ไม่เป็นไร มันแค่ชาบูหนึ่งมื้อ

*การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน

ประวัติโดยย่อ
– ผู้เชี่ยวชาญด้าน Cryptocurrency และ Blockchain Technology อันดับต้นของไทย
– วิทยากรและที่ปรึกษาด้าน Fintech ให้กับองค์กรและบริษัทชั้นนำของไทย
– Co-founder & CEO ของ Bitkub เว็บไซต์เทรดเหรียญดิจิตอลชั้นนำของไทย
– กรรมการสมาคมฟินเทคประเทศไทย (Thai Fintech Association)
– ปริญญาโท เศรษฐศาสตร์ University of Oxford, UK
– ปริญญาตรี เศรษฐศาสตร์ The University of Manchester, UK (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง)

อ้างอิง: ขายไอเดีย1, ขายไอเดีย2

ความนิยมของบิทคอยน์

ในปัจจุบัน มีคนให้ความสนใจในการซื้อขายบิทคอยน์เพิ่มมากขึ้นเพราะว่า ผู้คนเริ่มไม่มั่นใจในระบบการเงินแบบเดิมๆ ว่ามีความมั่นคงมากน้อยเพียงใด นี้คือเหตุผลของคนจำนวนหนึ่งนะคะ 

แต่ สำหรับพี่ไทยแล้ว ขายไอเดียคิดว่า เห็นคนอื่นเขากำลังฮิตอะไร อะไรมาแรงก็ต้องสนใจและตามกระแสให้ทันจะได้ไม่ตกเทรน ใช่ไหมคะ  ^^ 

และที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ บิทคอยน์ หรือเจ้า สกุลเงินดิจิทัล สามารถสร้างรายได้และทำกำไรจากส่วนต่าง การซื้อขาย บิทคอยน์ เข้าใจง่ายๆ ก็คือ ซื้อมาถูก ขายแพง เราก็ได้กำไรไป ยิ่งนานวันเข้า ราคาบิทคอยน์ก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้นเป็นเท่าตัว เป็นที่สนใจของนักเก็งกำไร  นักลงทุน ยิ่งไปกว่านั้นสามารถทำเงินได้มากกว่าการเล่นหุ้นซะอีก และการลงทุนก็สามารถเริ่มต้นลงทุนได้ ตั้งแต่ 10 บาทขึ้นไป แล้วใครจะไม่สนใจใช่ไหมคะ 

โปรดจำไว้ว่าทุกการลงทุนยอมมีความเสี่ยงเสมอ โปรดใช้วิจารณญาณในการลงทุนต้องศึกษาให้เข้าใจก่อนการลงทุนไม่อย่างนั้น จะหมดตัวเอาได้คะ 

นี้คือราคาบิทคอยน์ 573,799 บาท/1บิทคอยน์ ประมาณสิ้นปี 2563

การที่เรารู้จักลงทุน เป็นเรื่องดี แต่ก็ต้องลงทุนในหลายๆอย่าง หลายๆ ทางเพื่อป้องกันความเสี่ยง และต้องศึกษาหาข้อมูลความรู้อยู่เสมอ อย่าหลงเชื่ออะไรง่ายๆ โดยที่ยังไม่ได้ศึกษาก่อน 

การมีความรู้เรื่องเทคโนโลยี ทำให้เราไม่ตกเทรนจะได้รู้ว่าต่างประเทศเขาทำอะไรกันและเขาไปถึงไหนกันแล้ว เพื่อเพิ่มความรู้ให้กับตัวเองอีกด้วยคะ 

และอีกเหตุผลที่ บิทคับ ได้รับความสนใจอย่างหล้นหลาม คือ ช่วงปลายปี 2020 ต้นปี 2021 ราคาบิทคอยน์ ขึ้นสูงสุดที่ราคา หนึ่งล้านกว่าบาทต่อ 1 บิทคอยน์ OMG!

ณ ขณะนี้ วันที่ 9 เมษายน 2564 ราคาบิทคอยน์คือ 1,872,000บาท/1บิทคอยน์

เห็นไหมคะ ว่าทำไม บิทคอยน์ถึงน่าสนใจในการลงทุน ด้วยราคาขาขึ้น ที่ดึงดูดใจ นักลงทุน แต่อย่าลืมว่าทุกการลงทุนมีความเสี่ยง ศึกษาให้ดีก่อนการลงทุนนะคะ

สนใจสมัครซื้อขายบิทคอยน์ผ่าน บิทคับ คลิก

อ่านอะไรต่อดี

เล่นบิทคอยน์ยังไงให้ได้ตังค์ 2564

เล่าเรื่องสั้น ปั้นไอเดีย เพื่อความสำเร็จ The Success Story For An Idea

ขอขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามาอ่านบทความของทาง ขายไอเดีย นะคะ ขอบพระคุณมากคะ 

สามารถทักทาย ติชมเข้ามาได้คลิก ทุกคำติชมทางขายไอเดีย พร้อมรับคำแนะนำและปรับปรุงให้ดีขึ้นคะ 

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ