10ข้อที่ควรทำเพื่อให้ตัวเองมีไฟในการทำงานประจำ

หมดไฟ ไม่มีแรงที่จะไปทำงาน ไม่อยากไปต่อ ทำยังไงดี 


72 Views จำนวนผู้เยี่ยมชม

สถานการณ์ในปัจจุบัน ทำเอาหลายๆ คนที่ทำงานต้องวิตกกังวล ว่าจะมีงานทำต่อหรือไม่ หรือต้องพักงานยาวเพราะสภาพเศรษฐกิจ ซึ่งแน่นอนว่าช่วงนี้หลายคนในวัยทำงานอาจมีความทุกข์หลายอย่างเกิดขึ้นในชีวิต เช่น เครียด หดหู่ ขาดแรงจูงใจในการทำงาน ร่างกายอ่อนแรง ไม่มีสมาธิ  จนทำให้เกิดความกังวลว่าตัวเองมีอาการเข้าข่ายโรคซึมเศร้าหรือเปล่า!   แต่แท้จริงแล้วอาการต่างๆ เหล่านี้อาจจะไม่ได้เป็นตัวชี้วัดถึงภาวะซึมเศร้าได้อย่างชัดเจนเสียทีเดียว แต่อาจจะเป็นตัวชี้วัดว่าคุณกำลังอยู่ในภาวะหมดไฟ (Burnout) ในการทำงานนั้นเองค่ะ 

  ซึ่งอาการหมดไฟ คือ ภาวะของอารมณ์ที่เกิดจากความเครียดสะสม การทำงานอย่างต่อเนื่องภายใต้แรงกดดัน ความเครียด ได้รับการพักผ่อนน้อยกว่าที่ควรจะเป็น คุณก็จะรู้สึกหรือว่ามีอาการเหล่านี้

  1.  เหนื่อยล้าทางอารมณ์ ตื่นมาก็รู้สึกไม่อยากมาทำงาน อยากลางาน หมดแรง เหนื่อยเรื้อรัง
  2.  ไม่มีแรงบันดาลใจ ไม่มีความกระตือรือร้นในการริเริ่มไอเดียใหม่ ๆ ไม่อยากเข้าสังคม เบื่อหน่ายสิ่งรอบตัว ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
  3.  มองคุณค่าของตนเองในเชิงลบ ไม่รู้สึกภูมิใจในผลงานของตัวเอง ไม่รู้สึกถึงความเป็นเจ้าของในผลงานที่ทำ

ผลเสียของการหมดไฟในการทำงานก็คือ 

  1.  ไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ต้องทำงานล่วงเวลาอยู่บ่อยครั้ง จนทำให้ตารางชีวิตในการการกิน การนอน ถูกรบกวนไม่เป็นเวลา ไม่สม่ำเสมอ
  2.  ลักษณะงานที่ไม่มีเป้าหมาย ทำไปเรื่อย ๆ ไร้จุดสิ้นสุด

10 ข้อที่คุณควรทำ ให้ตัวเองมีไฟในการทำงาน

1.เปิดใจคุยถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับเพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้าผู้

ที่สามารถช่วยลดภาระปัญหาที่เกิดขึ้นได้ หากปัญหาของคุณอาจไม่มีใครช่วยได้ แต่การได้ระบาย พูดคุยความไม่สบายใจออกมา แม้ไม่สามารถทำให้ปัญหานั้นเบาบางลง แต่อย่างน้อยก็ช่วยให้สภาพจิตใจที่ตึงเครียดนั้นลดลงได้

2.ทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น

ในช่วงที่ได้พักผ่อนจากการทำงาน เช่นช่วงพักเที่ยง หรือเลิกงาน ลองชักชวน หรือเข้าร่วมกิจกรรมที่คุณสนใจ อาจจะเป็นการเล่นกีฬา เปลี่ยนสถานที่ทานอาหาร เพื่อให้ในแต่วันที่คิดว่าน่าเบื่อนั้น มีอะไรที่น่าสนใจเพิ่มขึ้นบ้าง ทั้งยังลดความตึงเครียดจากการทำงานได้อีกด้วย

3.หยุดพัก ลาพักร้อนบ้าง

ออกไปเที่ยวหรือไปในสถานที่ที่อยากไป เพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจ สร้างความตื่นเต้น ประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับชีวิต ไม่รู้สึกเบื่อหน่าย จำเจจนเกินไป

4.ฟังเพลง ดูหนังตลก

ดูอะไรที่มันไร้สาระ แต่ทำให้เราหัวเราะเยอะ ๆ อันนี้จะช่วยให้ลดความเครียดได้อย่างมากเลยทีเดียวค่ะ 

5.หากพบว่าตนเองมีสัญญาณของอาการ Burnout อาจเริ่มปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิต

เพื่อไม่ให้สุขภาพร่างกายและจิตใจทรุดโทรมไปมากกว่าเดิม เช่น หลังเลิกงานลองไม่คิดถึงเรื่องงานดูบ้าง หากิจกรรมทำเพื่อให้สมองปลอดโปล่ง หรือจะนั่งสมาธิ วาดภาพ ระบายสีอะไรก็ว่ากันไปค่ะ 

6.ดูแลสุขภาพ

เมื่อทำงานหนักเกินไปหรือมีภาระงานมาก อาจทำให้ไม่มีเวลารับประทานอาหารกลางวัน ไม่ได้ออกกำลังกาย นอนน้อย หรือนอนดึก ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลให้สภาพร่างกายเสื่อมโทรมลงและทำให้รู้สึกหมดไฟเร็วขึ้น การดูแลสุขภาพจึงอาจช่วยให้รับมือกับปัญหา Burnout ได้ ซึ่งการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอประมาณ 7-9 ชั่วโมง/วัน อาจช่วยเสริมสุขภาพร่างกายและการใช้ชีวิตให้ดีขึ้น และควรทำกิจกรรมที่ต้องใช้แรงกายหรือออกกำลังกายเป็นเวลา 2 ชั่วโมงครึ่ง/สัปดาห์เป็นอย่างต่ำ เพราะอาจช่วยคลายความเครียด และช่วยให้สมองได้พักจากการคิดเรื่องงาน ไปสนใจสิ่งอื่นแทน

7.รับประทานอาหารครบทุกมื้ออย่างสม่ำเสมอ

และเลือกรับประทานแต่สิ่งที่มีประโยชน์ โดยเน้นอาหารที่มีไขมันดีและโปรตีนอาจช่วยให้ร่างกายสงบลงได้ รวมทั้งควรหลีกเลี่ยงกาแฟและน้ำตาล เพราะอาจมีฤทธิ์เพิ่มความเครียดจนทำให้มีอาการแย่ลงได้

8.ทำงานแต่พอดี

อย่าพยายามคิดว่าตนเองเป็นยอดมนุษย์ที่ทำได้ทุกอย่าง แม้ในบางครั้งหัวหน้างานอาจคิดเช่นนั้นก็ตามทำงานให้แล้วเสร็จในเวลาตามเป้าหมายและกำหนดก็พอแล้วค่ะ  ซึ่งหลายคนอาจอยากรับผิดชอบให้งานสำเร็จเรียบร้อยเพื่อสร้างความประทับใจ แต่อย่าลืมว่าร่างกายของมนุษย์ไม่ใช่หุ่นยนต์ และไม่อาจแก้ปัญหาของบริษัทด้วยตัวคนเดียวได้ อีกทั้งการกระทำดังกล่าวอาจทำให้รู้สึกกดดันและเพิ่มความวิตกกังวลขึ้นได้ด้วย ดังนั้น จึงควรปรึกษากับหัวหน้างานเพื่อหาทางออกที่ดีร่วมกัน เพราะหากไม่หาทางแก้ ปัญหาอาจคงอยู่อย่างเรื้อรัง จนส่งผลเสียต่อสภาพจิตใจและร่างกายในด้านอื่น ๆ เพิ่มขึ้น

9.หาทางออกเพื่อจัดการกับความเครียด

ความเครียดอาจเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดภาวะ Burnout ได้ ให้ลองนึกว่าอะไรบ้างที่ทำให้รู้สึกเครียดหรือทำให้เริ่มหมดไฟ แล้วรีบจัดการและหาวิธีแก้ไขในส่วนดังกล่าว ซึ่งอาจลองปรึกษาหัวหน้างานเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและความคิดเห็น หาวิธีแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นร่วมกัน หรืออาจหาที่ปรึกษาและผู้ที่อาจให้ความช่วยเหลือในด้านนี้ได้ เช่น เพื่อนร่วมงาน เพื่อน หรือคนรัก เป็นต้น เพื่อให้ช่วยร่วมกันคิดและช่วยให้คำแนะนำในการตัดสินใจ

10.ประเมินตนเองและงานที่ทำอยู่

เพื่อให้ทราบว่าตนเองเหมาะกับงานที่ทำอยู่แล้วหรือไม่ โดยอาจเริ่มจากถามตัวเอง หรือสังเกตตัวเองเกี่ยวกับงานและองค์กรในมุมมองต่าง ๆ เช่น องค์กรมีทางเลือกหรือให้สิทธิในการเสนอแนวทางต่าง ๆ ร่วมกันหรือไม่ การปรับเวลาของตนเองกับองค์กรและการทำงานนอกออฟฟิศเป็นอย่างไร องค์กรมีทางเลือกสำหรับการศึกษาต่อหรือการพัฒนาสู่การเป็นมืออาชีพหรือไม่ แท้จริงแล้วตนถนัดด้านไหนเป็นพิเศษ หรือชอบและรักที่จะทำอะไร เป็นต้น จากนั้นจึงนำคำตอบที่ได้มาประเมินว่าตนเองเหมาะสมกับงานที่ทำอยู่หรือไม่ และควรทำอย่างไร

อาการหมดไฟในการทำงานอาจจะไม่ร้ายแรงถึงขั้นเป็นโรคซึมเศร้า แต่หากปล่อยไว้นาน โรคซึมเศร้าอาจตามมา ส่งผลให้เป็นปัญหาเรื้อรังของคนวัยทำงาน รีบจัดการตัวเองเพื่อให้มีไฟในการทำงานและใช้ชีวิตอย่างที่คุณต้องการกันดีกว่าค่ะ 

อ่านอะไรต่อดีนะ

>> 10 เว็ปไซต์ทำงานออนไลน์ได้เงินจริง ห้ามพลาด

>> แนะนำ 21 วิธีหารายได้เสริมทำงานได้ที่บ้าน

สนใจต้องการเข้าร่วมกลุ่ม แนะนำไอเดียการหาเงิน >> >>คลิก

==============================

หาเงินออนไลน์ จากเว็ปไซต์ส่วนตัว

ด้วยการหาเงินจากค่าโฆษณา ค่าการตลาด Affiliate และ การขายสินค้าดิจิทัล

สนใจ ต้องการศึกษาเพิ่มเติม >>> คลิก 

===========================

แหล่งรวมไอเดีย การหาเงินออนไลน์

หารายได้เสริม,การเงินส่วนบุคคล

ความสำเร็จที่คุณเองก็สร้างได้! ด้วยการเรียนรู้!

===========================

ขายไอเดีย ขอขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามาอ่านบทความ 

ขอบพระคุณมากจากใจทีมงานขายไอเดียคะ 

สามารถทักทาย ติชมเข้ามาได้ที่  คลิก 

ทุกคำติชมทางขายไอเดีย พร้อมรับคำแนะนำและปรับปรุงให้ดีขึ้นคะ 

===========================

ถ้าคุณอ่านแล้วชอบบทความนี้ ขายไอเดียขอฝากช่องทางใหม่ในการติดตามอีกหนึ่งช่องทางคือ ช่องพอดแคสต์ Podcast  พอดแคสต์นี้ เนื้อหานั้นจะไม่เหมือนกับในเว็ปไซต์ค่ะ เพราะต้องการสร้างความแตกต่าง ในการสร้างสรรค์เนื้อหา ฝากติดตามและรับฟังด้วยนะค่ะ 

ขอบคุณจากใจ ขายไอเดียค่ะ 🙏🙏

===================================================

หากคุณผู้อ่านคิดว่า บทความนี้มีประโยชน์ ก็อย่าลืมแชร์ส่งต่อให้เพื่อน

หรือคนที่คุณรักได้อ่านด้วยนะค่ะ ขอบคุณค่ะ 


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ